ใครเบื่อกับการมีบัตรสมาชิกอัดแน่นเต็มกระเป๋าสตางค์ ต้องลอง Oh My Card แอพเดียวเอาอยู่

ปัจจุบันมนุษย์เราก็ชอบจะทำบัตรสมาชิกสำหรับบริการต่างๆกันเยอะเหลือเกิน เพราะการเป็นสมาชิกจะทำให้เราได้รับสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย ทั้งลดส่วน ของแถมมากมาย เป็นต้น ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นหลายคนมีบัตรสมาชิกต่างๆเก็บเอาไว้เต็มกระเป๋าสตางค์เลยทีเดียว บางทีก็เยอะเกินจนกระเป๋าบวม ทำให้เก็บลำบากเอาไปใหญ่ ฉะนั้นเมื่อยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยีความสะดวกสบาย จึงมีผู้สร้างแอพสำหรับเก็บข้อมูลบัตรสมาชิกทุกอย่างไว้ในแอพเดียว แอพนั้นก็คือ Oh My Card เมื่อมีแอพนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บบัตรสมาชิกไว้ในกระเป๋าสตางค์อีกต่อไป เพียงแค่พกมือถือไว้ตลอดก็เพียงพอแล้ว

สำหรับ Oh My Card เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้ในการเก็บข้อมูลบัตรสมาชิกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าและอื่นๆ ฉะนั้นถึงเราจะมีบัตรสมาชิกเป็นร้อยใบก็สามารถเก็บเอาไว้ในแอพนี้ได้ทั้งหมดในแอพเดียว ส่วนการใช้งานก็แค่หยิบมือถือขึ้นมา แล้วค้นหาบัตรสมาชิกที่ต้องการ ก็สามารถใช้แทนบัตรจริงๆได้แล้ว ซึ่งในตอนนี้ Oh My Card ยังมีพันธมิตรที่ยังไม่มากนัก แต่ในอนาคตก็จะมีการขยายไปเรื่อยๆ

นอกจากจะเป็นการพกบัตรที่ไม่ยุ่งยากแล้ว เรายังจะได้ทราบข้อมูลโปรโมชั่น ส่วนลด หรืออะไรดีดีจากร้านค้าที่เราเป็นสมาชิกอยู่ทั้งหมดด้วย เราจึงไม่พลาดข่าวสารดีดีแน่นอน ที่สำคัญยังสามารถแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ไปยัง Facebook ให้กับเพื่อนๆของเราได้ทราบกันอีกด้วย สามารถโหลดไปใช้งานได้ทั้ง Android และ iOS

Smart Home ระบบอัจฉริยะภายในบ้านที่ Apple เตรียมเปิดตัวในงาน WWDC 2014

หลายคนที่ตั้งตารอการเปิดตัว iPhone 6 ในงาน WWDC (Worldwide Developers Conference) 2014 ที่จะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายนนี้แล้ว อาจจะต้องรู้สึกผิดหวังก็เป็นได้ เพราะล่าสุดมีรายงานออกมาว่าในงานนี้จะมีการเปิดตัว Smart Home ระบบอัจฉริยะภายในบ้าน ที่จะเชื่อมการทำงานร่วมกับ iPhone ด้วยการส่งสัญญาณไร้สาย สามารถใช้ iPhone เปิดปิดไฟในบ้านได้ รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างอื่นด้วย แต่ก็ต้องเดินเข้ามาภายในบ้านซะก่อน ทีนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องเดินไปปิดไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทีละอันแล้ว สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวว่า Apple มีโครงการที่จะใช้อุปกรณ์ iPad, iPod หรืออาจจะมี iWatch เข้าร่วมกับ Smart Home และร่วมกับผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเจ้าอื่นๆ โดยจะเรียกว่า “MFI Program” คาดว่าอนาคตเครื่องใช้ไฟฟ้าแทบทุกเจ้าอาจจะรองรับ ระบบอัจฉริยะภายในบ้าน Smart Home ของ Apple ก็เป็นได้ ส่วนใครที่รอ iPhone 6 ก็อาจจะได้ยลโฉมในเดือนกันยายนถัดจากงานนี้ไป

Google และ Apple ร่วมแถลงยกเลิกการฟ้องร้องคดีสิทธิบัตรระหว่างกัน พร้อมตกลงร่วมกันปฏิรูปบางส่วนของสิทธิบัตร

เป็นเรื่องเป็นราวต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเป็นเวลานานระหว่าง Google และ Apple ซึ่งก่อนหน้านี้นานมาแล้วก็มีเรื่องผิดใจกันไม่น้อยเลย เริ่มมาตั้งแต่เมื่อครั้งเปิดตัว iPhone รุ่นแรกที่ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) เป็น CEO ของ Apple ในตอนนั้นทำให้ Andy Rubin ผู้บริหารของ Google ที่กำลังจะเปิดตัว Andriod ต้องมีการยุติเอาไว้ เนื่องจาก iPhone ทำออกมาได้ดีมากๆ ที่สำคัญ สตีฟ จ็อบส์ ยังกล่าวว่าทาง Google Andriod  จงใจขโมยผลงานที่เขาอุทิศสร้างสรรค์ขึ้นมา ทั้งนี้ก็มีการประชุมร่วมกันระหว่างสองบริษัทด้วย หลังจากการประชุมดังกล่าว Apple สั่งให้ Google เร่งถอนคุณสมบัติหลายๆอย่างออกจาก Android โดยที่ทาง Google ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด

เรื่องราวผิดใจกันระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่ ดำเนินเรื่อยมาซึ่งมีการฟ้องร้องกันด้วย แต่ล่าสุดทาง Google และ Apple ก็ร่วมแถลงยกเลิกการฟ้องร้องในคดีสิทธิบัตรระหว่างกันทั้งหมด พร้อมยังตกลงร่วมกันปฏิรูปบางส่วนของสิทธิบัตร ในยุคของ ทิม คุก (Tim Cook) CEO คนใหม่ของ Apple แต่เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีแต่อย่างใด เพราะยังไงก็คงไม่เอามาใช้ร่วมกันแน่นอน เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะมีอไรแอบแฝงหรือเปล่า แล้วทำแบบนี้  สตีฟ จ็อบส์ จะไม่โกรธเอาเหรอ?

รู้จักสายรัดข้อมือช่วยเหลือผู้ป่วยยามฉุกเฉิน Life Tag

สุขภาพที่ดีถือเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันปราถนามากที่สุด เพราะถึงจะมีเงินทองมากมายแต่เมื่อไม่มีเรี่ยวแรงจะใช้เงินที่หามาได้ก็ไม่มีความหมายอะไร แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งบางคนอาจเป็นโรคประจำตัวที่เป็นมาแต่กำเนิดเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจึงต้องคิดหาวิธีการที่จะคอยช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้ให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น สามารถที่จะช่วยผู้ป่วยได้ทันเวลาหากว่ามีอาการ

ล่าสุดก็ได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีสายรัดข้อมืออัจฉริยะขึ้นชื่อว่า Life Tag ทำหน้าที่เก็บข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย อาการของโรค และวิธีการรักษาแบบฉุกเฉิน พร้อมกับส่งพิกัดสถานที่ (Location) เพื่อเรียกทีมช่วยเหลือผู้ป่วยทันที ซึ่งข้อมูลผู้ป่วยนี้จะเชื่อมกับสมาร์ทโฟน หากอยากทราบข้อมูลก็เพียงแค่แตะ NFC (Near Field Communication เทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถส่งผ่านข้อมูลได้ผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย) ระหว่างมือถือกับสายรัดข้อมือ เพียงเท่านี้แพทย์ก็จะทราบข้อมูลทั้งหมดของผู้ป่วยแล้ว ถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะหากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวได้

การติดตั้ง Cookie Run บน PC ด้วยโปรแกรม BlueStacks ดาวน์โหลดฟรี

เกมส์อันดับ 1 ของปี 2014 ที่ใครๆก็รู้จักในชื่อว่า “LINE Cookie Run” หรือเรียกสั้นๆว่า “Cookie Run” ซึ่งเป็นเกมส์ที่พัฒนาขึ้นจากทีมงานของผู้พัฒนา LINE ที่มีชื่อว่า LINE Corporation เป็นเกมส์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้สามารถเล่นได้ดีบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็รองรับการใช้งานบนรุ่นที่หลากหลาย อาทิเช่น iPhone และ Android ทุกๆรุ่น แต่สำหรับผู้ใช้งานบางท่านก็อยากจะเล่นเกมส์ที่มีให้เล่นเฉพาะในโทรศัพท์มือถือกับคอมพิวเตอร์ของท่านเอง วันนี้เราสามารถติดตั้ง Cookie Run บนคอมพิวเตอร์ PC ได้แล้ว เราจะมาดูกันว่าทำได้อย่างไร?

BlueStacks Cookie Run

วิธีการนั้นก็ไม่ยากเลย เราต้องเตรียมคอมพิวเตอร์ของเราให้พร้อมก่อน โดยการดาวน์โหลดโปรแกรม BlueStacks มาติดตั้งที่คอมพิวเตอร์ของเรา และทำการรันซอฟต์แวร์ให้เรียบร้อย จากนั้นทำการสมัครไลน์และติดตั้งไลน์เพื่อเปิดใช้งาน LINE ID และเราก็จะไปดาวน์โหลด Cookie Run มาติดตั้งในโปรแกรม BlueStacks อีกครั้ง วิธีการนี้เรียกว่า BlueStacks Cookie Run เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถเล่น Cookie Run บนคอมพิวเตอร์ของเราได้ดังสมใจปราถณาแล้ว

เตือนภัย Virus Shield แอพสแกนไวรัสที่หลอกขายบน Google Play Store

Virus Shield  คือแอพพลิเคชันหลอกลวงที่ปรากฏตัวใน Google Play Store ด้วยราคาขายที่ 3.99$ หรือประมาณ 120 กว่าบาท โดยมีการอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถสแกนและกำจัดไวรัสได้อย่างสะอาดหมดจด พร้อมทั้งช่วยประหยัดแบตเตอรี่ในเครื่องอีกด้วย เมื่อได้ยินคำโฆษณาแบบนี้ใครๆก็ต้องให้ความสนใจ อีกอย่างนี่ไม่ใช่แอพฟรีซะด้วย เพราะต้องเสียเงินซื้อมา ฉะนั้นมันจึงดูน่าเชื่อถือมิใช่น้อย มีคนหลงดาวน์โหลดมาใช้งานแล้วกว่าหมื่นคน ทำให้ Virus Shield ขึ้นเป็นแอพยอดนิยมอันดับ 1 ใน Play Store ในบัดดล เพิ่มผู้เสียหายไปเรื่อยๆ ในความเป็นจริงเมื่อนำแอพตัวนี้ไปตรวจสอบการทำงาน ก็ปรากฏว่ามันไม่ได้ทำการสแกนไวรัสอะไรเลย เพียงแค่ขึ้นหน้าต่างว่ากำลังทำการสแกนไวรัสหลอกๆไว้เท่านั้น และข้อสังเกตที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ไม่มีหน้าเว็บไซต์ของแอพตัวนี้ แถมข้อมูลของผู้พัฒนาก็แทบจะหาไม่เจอซะด้วยซ้ำ ปัจุบันทาง Google Play Store ได้ทำการนำแอพ Virus Shield ตัวนี้ออกไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับใครใช้แอพสแกนไวรัสตัวนี้อยู่ก็ไม่ต้องเสียใจไป ให้ถือว่าเป็นประสบการณ์การซื้อแอพมาใช้ พร้อมทั้งได้เรียนรู้ว่าของที่เสียเงินซื้อมา ก็ใช่ว่ามันจะดีเลิศเสมอไป

ข่าวล่ามาแรง CEO คนใหม่ของ Microsoft เตรียมเปิดตัว Office for iPad เร็วๆนี้

งานนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่ที่จะจัดขึ้นก็ว่าได้ เนื่องจากข่าวแว่วมาว่า Microsoft เตรียมจะจัดงานเปิดตัว Office for iPad  หลังจากที่เคยเปิดตัว Office for iPhone ไปแล้วนั้น คราวนี้ผู้ที่จะทำการเปิดตัวก็คือ นาย Satya Nadella CEO คนใหม่ของ Microsoft ที่ว่ากันว่าเป็นการเปิดให้มันสมองรุ่นใหม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ จะเป็นผู้เปิดตัวด้วยตนเองเลย (บอกแล้วว่างานนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน) นอกจากจะเปิดตัว Office สำหรับ iPad แล้วก็จะถือโอกาสพูดถึงการรุกตลาด Mobile และ Cloud อย่างจริงจังด้วย เพราะ Satya เคยพูดถึงกลยุทธ์ที่จะผลักดัน Mobile first, Cloud first ในทุกๆสิ่งที่ Microsoft จะทำหลังจากนี้ไว้ด้วย

สำหรับ Office for iPad นั้นผู้ใช้อาจจะต้องลงทะเบียนหรือมีค่าบริการเหมือนกับ Office 365 ที่ iPhone ใช้ ประมาณว่าก็เหมือนกันนั่นแหละ อย่างไหร่ก็ตามข่าวนี้ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะคนที่ใช้ iPad ก็สามารถทำงานด้านเอกสารต่างๆได้จากเครื่องเดียว ไม่ต้องเสียเวลากลับบ้านเพื่อมาใช้คอมพิวเตอร์แล้ว เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม หากแต่มี iPad และโปรแกรม Office สำหรับ iPad ก็สามารถทำงานด้านเอกสารได้สบายๆเลย 27 มีนาคมที่จะถึงนี้ ก็เตรียมอัพเดตข่าวกันได้ให้ดี

สาวก Apple อัพเดต iOS 7.1 ตัวใหม่ล่าสุดกันหรือยังเอ่ย

ตอนนี้ทาง Apple ก็ได้เปิดให้อัพเดต iOS เวอร์ชันใหม่ล่าสุดกันแล้วนั่นคือ iOS 7.1 ว่ากันว่าในเวอร์ชันนี้ปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับ iOS 7 จะหายไปหมดเลย เช่น อาการเบราเซอร์รีสตาร์ทเอง เครื่องกระตุกหรือค้างบ้างเล็กน้อย เป็นต้น

สำหรับผู้เขียนเองก็ได้ทำการอัพเดต iOS 7.1 เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องของเบราเซอร์ Safari ที่เวลาใช้งานแล้วเคยมีอาการหน่วงหรือบางทีก็ค้างบ้าง ตอนนี้อาการแบบนั้นได้หายไปแล้ว ที่สำคัญรวดเร็วทันใจวัยรุ่นสุดๆ ต่อมาก็เป็นเรื่องของฟอร์นตัวอักษร ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าใน iOS 7 นั้นจะมีฟอร์นที่ดูสวยงามไม่มีหัวเรียกว่า Font Sukhumvit หลายๆคนมักจะมีปัญหากับฟอร์นนี้เนื่องจากอ่านยาก ดังนั้น Apple เลยจัดการเปลี่ยนเป็น Font Thonburi แทน อาจจะดูเชยๆไปบ้างแต่การใช้งานก็ง่ายขึ้นเยอะสำหรับบางคน เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นอกจากนี้ก็มีในเรื่องของอินเตอร์เฟสที่หน้าตาดูเปลี่ยนไป อย่างเช่นในส่วนของการโทรออกหรือการรับสาย เราก็จะเห็นปุ่มการโทรหรือวางสายนั้นเปลี่ยนเป็นรูปโทรศัพท์แทนช่องสี่เหลี่ยม ก็ถือว่าเข้ากันได้ดีกับปุ่มตัวเลขที่เป็นวงกลมเลยหละ มีการเพิ่มโหมด HDR ออโต้ใน iPhone 5s เพื่อให้สามารถถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์ มีการนำเมนู Touch ID และรหัสผ่านย้ายมาอยู่เป็นเมนูหลักใน Settings (ตั้งค่า) จากเดิมที่อยู่ใน ตั้งค่า -> ทั่วไป ด้วย ในส่วนของ Siri ก็มีการปรับเรื่องของเสียงให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และยังปรับให้สามารถกดปุ่ม Home ค้างไว้เพื่อเป็นการจบการพูดคุยกับ Siri ในแต่ละประโยคได้อีกด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากพบกับประสิทธิภาพของ iOS อย่างแท้จริงก็ให้รีบเข้าไปที่ ตั้งค่า -> ทั่วไป -> รายการอัพเดตซอร์ฟแวร์ แล้วทำการอัพเดตเป็น iOS 7.1 กันเลย แล้วคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

การ์ดจอควรร้อนไม่เกินกี่องศา?

สำหรับท่านที่ได้ดาวน์โหลดโปรแกรม GPU-Z หรือพวกโปรแกรมที่แสดงผลรายละเอียดเกี่ยวกับการ์ดจอ มันจะแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับความร้อนของการ์ดจอให้ผู้ใช้งานทราบด้วย ซึ่งจะบอกเป็นองศามาให้เราทราบ แต่ก็จะมีคำถามตามมาว่า.. เราไม่ควรให้การ์ดจอร้อนเกินกี่องศา..?

เพราะฉะนั้น วันนี้เราก็ขอตอบคุณเลยว่า ไม่ควรให้เกิน 75 – 80 องศา หากเกินนี้ต้องบอกว่าอาจจะเป็นศพได้เลย การ์ดจอของคุณอาจจะพังในระยะเวลาอันรวดเร็ว เวลาเล่นเกมส์ก็ควรเปิดโปรแกรมวัดองศาของ GPU ทิ้งไว้ด้วย เราจะได้รู้ว่าเราใช้การ์ดจอร้อนแค่ไหน และจะได้หาทางระบายความร้อนกันต่อไป แต่สำหรับคนที่เปิดแอร์ทั้งวันก็ไม่ต้องใส่ใจเรื่องของความร้อนเลยก็ได้ เพราะว่าองศาในห้องเย็น ไม่ทำให้การ์ดจอร้อนเกินไปอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะใช้เล่นเกมส์อย่างหนักหน่วงก็ตาม

เพิ่มความปลอดภัยให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณด้วย Nod32 แอนตี้ไวรัส

เมื่อเราคิดที่จะใช้งานคอมพิวเตอร์ เราก็จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ทั้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ การเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีความปลอดภัย ซอฟต์แวร์นั้นมีหลายประเภท และมีประเภทที่ไม่ปลอดภัยอยู่ด้วย ซึ่งเรานิยามซอฟต์แวร์ที่ไม่ปลอดภัยนี้ว่า “ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Virus Computer)” มันคือซอฟต์แวร์ที่มีหน้าที่ทำลายระบบ หรือทำให้ระบบทำงานไม่ถูกต้อง เช่น ทำให้ CPU โหลดสูง 100% ตลอดเวลา เป็นต้น และยังมีอื่นๆอีกมากมาย

อันตรายที่สุดของไวรัสคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันก็คือการที่ไวรัสถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการโจรกรรมข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ของเรา ข้อมูลถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราเก็บไว้บนระบบคอมพิวเตอร์ หากมันถูกโจรกรรมออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาติจากผู้ใช้งาน การที่จะป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ได้เราจะต้องมี “แอนตี้ไวรัส (Antivirus)” ติดตั้งอยู่บนระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

แอนตี้ไวรัสก็แบ่งออกเป็นอีกหลายๆประเภท ซึ่งก็อยู่กับลักษณะของการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเรา ว่าต้องการความปลอดภัยระดับไหน ซึ่งหากเป็นคอมพิวเตอร์ PC ใช้งานทั่วไป เราก็ขอแนะนำให้คุณเลือกใช้แอนตี้ไวรัส Nod32 ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของผู้ใช้งาน คุณสามารถดาวน์โหลด Nod32 Antivirus ไปทดลองใช้งานได้ฟรีๆนานถึง 30 วันที่ Loadpai.com และคุณจะได้ใช้งาน Nod32 ภาษาไทยฟรีๆอีกด้วย